I walked across an empty land I knew the pathway like the back of my hand

I felt the earth beneath my feet
Sat by the river and it made me complete
 

Oh simple thing where have you gone?
I'm getting old and I need something to rely on
So tell me when you're gonna let me in
I'm getting tired and I need somewhere to begin
I came across a fallen tree
I felt the branches of it looking at me
Is this the place we used to love?
Is this the place that I've been dreaming of?

Oh simple thing where have you gone?
I'm getting old and I need something to rely on
So tell me when you're gonna let me in
I'm getting tired and I need somewhere to begin

And if you have a minute why don't we go
Talk about it somewhere only we know?
This could be the end of everything
So why don't we go
Somewhere only we know?
Somewhere only we know?

 

 Cr. somewhere only know by Lily All

สวัดดีมิตรรักนักแบกกระเป๋าทุกท่าน ภาษาอังกฤษด้านบนนั้น คือเนื้อเพลง somewhere only we know เพลงเพราะ ความหมายน่ารัก และมันก็เป็นจุดเริ่มเรื่องของการเดินทางวันนี้

  เหตุเกิดขึ้น เพราะอากาศแมร่งหนาวมากวันนั้น ลมแรง แอดนิกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับบ้าน ระหว่างทางหิวข้าวขึ้นมา กะจะแวะซื้อนม ซื้อขนมปังร้านอาจุม่าใจดีก่อน ระหว่างจะเปิดประตูเข้าร้านค้า ก็สะดุดเสียงเพลงเข้า มองเงยเสยขึ้นไป ปะทะเอากับหน้าต่างบานใหญ่ๆ ทรงคลาสสิค แอดเลยลองเดินอ้อมเข้าไปดู ประตูทางเข้าแมร่งก็คลาสสิคมาก เธอเรานึกว่าเราเป็น อลิส ในดินแดนมหัสจรรย์เดินหลงเข้ามาในบ้านกระต่าย ร้านนี้ทำสเต็กขาย ชื่อ The pan และมันคือ บ้านกระต่ายของ อลิส ..จริงๆ

 

 

 

 

    ประตูบานใหญ่ ทรงหลุย์สีทองเปิดกว้างอยู่ตรงนั้น เสียงเพลงประกอบละครการ์ตูนคลาสิค ของ  Walt Disney  ดังลอยๆผ่านหู ลมหนาวแผ่วๆ บรรยากาศนี่ เหมือนโลกการ์ตูนไปอีก



 

 

      อารมณ์แอดตอนนี้ ขนาดมองหน้าเด็กเสริฟ หน้ามันยังเหมือนฮอฟบิทไปแล้ว อ้วนๆแก้มป่องๆ เดินตูดส่ายๆ น่ารัก ดูน่าทะนุทะนอม เคลิ้มกับบรรยากาศหรือหิวก็ไม่รู้  เปิดเมนูฉับพลันทันใด

 

                   

 
 

     แอด เลือกทานไวล์ไวน์กับสเต็กสุกพอกลางๆเห็นว่าขึ้นชื่อ ระหว่างรอเขาทำสเต็ก ก็เลยเดินสำรวจร้านดู ร้านนี้น่ารักมากจริงๆ ดูอบอุ่น และเป็นครอบครัว ใครเคยมีอารมณ์เหมือนแอดมะ เวลาดูภาพยนต์หรือการ์ตูนเวลาเขาพยายามสื่อว่าที่นั้น หนาวมาก แอดนิจะเข้าถึงอารมณ์ทันที ประมาณเดินหลงเข้าไปในบ้านไม้โอ๊คเล็กๆ แล้วในบ้านนั้นก็ดูอุ่นมาก ดูสะอาด ดูมีซุปร้อนๆวางอยู่บนโต๊ะ ดูแอดมึงมโนมาก 5555 แต่ให้ตายเถอะ อารมณ์ตอนนี้แอดเป็นแบบนั้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     บางทีนี่ก็นึกไปว่าตัวเองเป็น อลิส อยากจะหมุนตัวอย่างเพลิดเพลินอยู่ในนี้ ที่นี่เหมือนอะไรในฝันทุกอย่าง ที่นี่เหมือนโลกละคร  ที่นี่คือบ้านกระต่ายจริงๆ ที่นี่มีคุณทวดกระต่าย คุณปู่กระต่าย คุณย่า คุณยาย กระต่าย .....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพลินเพินหลับตาเพ้อฝันอยู่พักใหญ่ เสียงเด็กเเสริฟ ก็มาเรียก ** ออนนี่เท็จโซโย** แปลเป็นไทยได้ว่า พี่ๆอาหารเสร็จแล้ว แอดเลยเดินหมุนตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะอย่างสงบ 

แลอาหารบนโต๊ะแล้วอยากจะกรี๊ด ดีงามอะไรเบอร์นั้น  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีไวน์ขาวไรนี่แมร่งก็นุ่มมาก โอ้ย ชีวิตดีงาม ขอโทษถ่ายรูปอาหารมาได้แค่นี่ ก็แอดมาคนเดียว จะสั่งอะไรเยอะเยะ แอดเป็น ผญ ตัวเล็กๆ สุภาพ เรียบร้อย กินน้อย ไม่ค่อยพูด !!! 

 

 

 

เพ่ขอไวน์เพิ่มอีก 5ขวด!!!!! oops 

 

 

เป็นคนกินน้อย !!!

 

กินกะทะได้ แอดทำไปละ 

 

 

 

 

ทางไปร้านก็ง่ายนิดเดียว เดินทางไปสถานี Noksapyeong ลาย 6 แล้วเดินทางออก 2 เดินตามทางมาเรื่อยๆ เละรอบต้นไม้มา จะเห็นอุโมงค์ทางเชื่อมเดินลงไปตรงนั้นเขาเอาไว้ให้ข้ามถนน ข้ามมาขึ้นบันไดทางขวามือ มองหาร้านสะดวกซื้อ จีเอส25 เดินเข้าซอยไปเลย เดินตรงไปเรื่อย ๆจะมีเนินเล็ก ร้านอยู่ตรงขอบๆเนินนั้นแหละ ตึกอยู่ขวามือ ดูรูปประกอบก็ได้ด้านล่างค่ะ 

 

 

 

 

อิ่มอกอิ่มใจ ยิ้มฝัน จะกลับมา แอดไปเจอรูปหนึ่ง ที่เห็นละคิดถึงตัวเองมาก ถ้ามีคนถามว่า แอดๆ มึงว่า ถ้าวันหนึ่งมึงเกิดเป็นกระต่ายขึ้นมา มึงน่าจะเป็นกระต่ายแบบไหน แอดเจอสภาพตัวเองละ แบบรูปด้านล่างนี้แน่นอน กระต่ายน้อย ธัญญ่า 

ขวดเขียวๆนั้นไม่ไฮนาเก็นก็ช้างละวะ!!!!

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                            ........T Everson

 

Comment

Comment:

Tweet